หลังจากที่ผู้สูงอายุในชุมชนได้ผ่านการอบรมกิจกรรม 2.2 แล้ว โครงการ Care Move ได้ก้าวต่อไปสู่การสร้าง เครือข่ายผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผ่านกิจกรรม 2.3 ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี Smart Motion Analysis (SMA) และ Edge Computing สู่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม. และผู้ดูแลในชุมชน เพื่อให้สามารถใช้งานระบบได้จริง และต่อยอดไปสู่การดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างยั่งยืน
การดำเนินกิจกรรมครอบคลุม 7 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ จังหวัดเชียงราย (อบต.ม่วงคำ, อบต.หัวง้ม, รพ.สต.แม่ข้าวต้ม) จังหวัดเชียงใหม่ (เทศบาลตำบลเชิงดอย, เทศบาลตำบลน้ำแพร่พัฒนา) และจังหวัดลำพูน (เทศบาลเมืองลำพูน, รพ.สต.มะเขือแจ้) รวมมีผู้เข้าร่วมกว่า 70 คน โดยเฉลี่ยพื้นที่ละ 8–12 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้สูงอายุที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนพื้นที่ และผู้ดูแลหรือ อสม. ที่เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน
ในแต่ละพื้นที่ กิจกรรมเริ่มจากการบรรยายถึงหลักการทำงานของระบบ SMA และ Dashboard การติดตามพฤติกรรม ต่อด้วยการ สาธิตและทดลองปฏิบัติจริง โดยให้ผู้เข้าร่วมฝึกใช้ระบบร่วมกับผู้สูงอายุ เช่น การตรวจจับท่าลุกนั่ง การยืดเหยียด และการก้าวเดิน ระบบจะแสดงผลการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ พร้อมข้อความแนะนำอัตโนมัติ เช่น “ยกแขนสูงขึ้น” หรือ “ก้าวให้มั่นคง” ซึ่งช่วยให้ผู้ดูแลเข้าใจวิธีการใช้งานได้อย่างชัดเจน
สิ่งที่โดดเด่นคือ ผู้เข้าร่วมทุกกลุ่มต่างสะท้อนตรงกันว่า เทคโนโลยีช่วยเสริมความมั่นใจในการดูแลผู้สูงอายุ จากเดิมที่ต้องอาศัยการสังเกตด้วยสายตา ตอนนี้สามารถอ้างอิงข้อมูลดิจิทัล ทำให้การประเมินแม่นยำขึ้นและอธิบายให้ผู้สูงอายุเข้าใจได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ การได้ทำงานร่วมกันในรูปแบบเวิร์กชอปยังช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง อสม. เจ้าหน้าที่ และผู้สูงอายุในพื้นที่
กิจกรรม 2.3 จึงถือเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญ จากการอบรมเชิงทฤษฎีและการฝึกของผู้สูงอายุ ไปสู่การสร้าง เครือข่ายผู้ดูแลที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ได้จริงในชุมชน ทั้ง 7 พื้นที่สะท้อนชัดว่า ระบบนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุ และสามารถต่อยอดสู่การสร้าง “ชุมชนสุขภาพดิจิทัล” ที่ยั่งยืนในอนาคต
พื้นที่จังหวัดเชียงราย
พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
พื้นที่จังหวัดเชียงลำพูน